จับแล้ว "แก๊ง ปปส.เถื่อน" อุ้มรีดเรียกค่าไถ่ เหยื่อต่อคิวดูหน้า หวิดรุมประชาทัณฑ์


เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และกำลังชุดสืบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จับกุมนายวิษณุ ขันข์เสน อายุ  39 ปี (ศีรษะโล้น) ฉายาเด่นเมืองกาญจน์ ตำรวจคาดว่าจะเป็นหัวหน้าแก๊ง อยู่บ้านเลขที่ 193/2 หมู่ 1 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  นายศรีอุบล หลักทอง หรือบล เมืองกาญจน์ อายุ  39 ปี (เสื้อสีเหลือง) บ้านอยู่ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเรียกค่าไถ่ ปล้นทรัพย์ โดยสามารถจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีกบดานอยู่พื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ยึดรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน ฆฐ 1341 กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ร.ต.อ.วีรชัย ร้อยศรี รอง สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  รับแจ้งจากนายมาโนช ศรีเหรา อายุ  52 ปี เจ้าของบ่อเลี้ยงปลา  บ้านอยู่ หมู่ 4 ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ว่าช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาขณะกำลังนั่งอยู่ที่บ่อเลี้ยงปลา ไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้ถูกคนร้ายเป็นชาย 7-8 คน การแต่งกายคล้ายกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ขับรถยนต์ 3 คัน ประกอบด้วยรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์วี สีปรอนซ์ รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทตัน สี และ รถยนต์กระบะ อีซูซุ แบบแวน สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนทั้ง 3 คัน ก่อเหตุอุ้มและปล้นทรัพย์ตนไป 





โดยพฤติกรรมของคนร้าย ใช้อาวุธปืนมาจ่อที่ศีรษะให้หมอบลงกับพื้น อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปปส. จากนั้น 1 ในคนร้ายได้เอาหมวกไหมพรมคุมศีรษะ เอากุญแจมือใส่ไพล่หลัง ใช้กำลังให้ตนนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น โดยกลุ่มคนร้ายบอกว่าตน “เกมแล้ว” ถูกจับในคดียาเสพติด ตนก็แจ้งว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คนร้ายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจชุด ปปส.ไม่ยอมฟัง คนร้ายได้ค้นเอาเงินสดในรถของตนไป 38,000 บาท อาวุธปืนพกสั้นอีก 2 กระบอก ทองรูปประพรรณอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นคนร้ายได้อุ้มเอาตัวขึ้นรถออกไปจากบ่อเลี้ยงปลาไป นั่งรถไปประมาณ 1-2 ชม.คนร้ายแจ้งว่าเอาตัวไปเซฟเฮา ตนก็ไมทราบว่าไปที่ไหน
จากนั้นคนร้ายก็ให้ตนติดต่อทางญาติให้โอนเงินมาไถ่ตัวจำนวน 400,000 บาท ถ้าไม่โอนเงินมาให้จะยัดยาบ้า 2 มัด แต่ทางบ้านไม่มีเงินมากพอ ซึ่งตนก็กลัวคนร้ายจะฆ่าทิ้ง จึงให้บุตรชายหาเงินโอนมาให้กลุ่มคนร้าย หลายครั้ง รวมเป็นเงิน 380,000 บาท ซึ่งรวมทรัพย์สินทั้งหมดที่คนร้ายได้ไปราว 600,000 บาท กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น.วันที่ 22 ก.ย.คนร้ายได้นำตัวขึ้นรถออกจากที่พักมาปล่อยตัวหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงได้ติดต่อญาติที่อยู่ ใน จ.กาญจนบุรี ให้ขับรถมาส่งที่บ้าน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 
หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.วีรชัย ร้อยศรี รอง สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้ให้กำลังชุดสืบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี  จนกระทั่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุดที่รถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นรถของคนร้าย จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาได้ 2 ราย ประกอบด้วย นายวิษณุ ขันข์เสน อายุ  39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193/2 หมู่ 1 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายศรีอุบล หลักทองบล อายุ  39 ปี บ้านอยู่ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันเรียกค่าไถ่ ปล้นทรัพย์ ยึดรถยนต์ 1 คัน นอกจากนี้ยังมีพยานจำได้ว่ามีรถ 3 คัน มาจอดซุ่มอยู่ที่วัดจันทราวาส ต.กระจัน อ.อู่ทอง ลักษณะตรงตามที่ตำรวจได้ภาพมาว่าเป็นรถของคนร้ายมาจอดซุ่มก่อนก่อเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อเลี้ยงปลาจุดเกิดเหตุผู้เสียหายราว 3 กม.  
ต่อมาบ่ายวันที่ 29 ก.ย.ร.ต.อ.ชาคิน คล่องแคล่ว รอง สารวัตร สอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  นายศิริโชค โสภา อายุ 23 ปี พ่อค้าส่งผัก ตลาดไทย กทม.อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 15 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กายจนบุรี แจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ย.ได้ถูกคนร้ายขับรถยนต์เก๋ง มาสด้า 3 สีขาว จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาประกบขณะตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใน.อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี มาตามถนนหน้า รพ.อู่ทอง เพื่อจะไปหาเพื่อนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ได้มีคนร้ายขับรถมาประกบเรียกในตนจอดรถ
จากนั้นคนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุด ปปส.ราว 5 คน ได้ล็อคตัวตนใส่กุญแจมือไพรหลัง เอาหมวกไหมพรมคลุ่มศีรษะด้วย คนร้ายที่อ้างว่าเป็น ปปส.บอกว่าตนถูกจับคดียาเสพติด แล้วคนร้ายค้นเอาเงินสดในรถจักรยานยนต์ของตนไปจำนวน 50,000 บาท ต่อมาคนร้ายได้นำตัวตนขึ้นรถไป ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นสถานที่ไหน จากนั้นคนร้ายได้ให้ตนติดต่อญาติให้โอนเงินเป็นค่าไถ่ตัว จำนวน 500,000 บาท แต่ทางญาติไม่มีเงินหาเงินได้เพียง 100,000 บาท คนร้ายได้ให้ทางญาติตนโอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของตน โดยคนร้ายได้เอาบัตร เอทีเอ็ม ของตนไปกดเงินค่าไถ่ตัว จำนวน 100,000 บาท  แต่ตนก็ไม่ทราบว่าคนร้ายนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินที่ไหน รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปราว 200,000 เศษ 



ต่อมากระทั่วเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 25 ก.ย.คนร้ายได้พาตัวตนขึ้นรถมาปล่อยทิ้งริมคลองชลประทาน บ้านคณฑี ต.หนองโอ่ง  อ.อู่ทอง จากนั้นจึงได้ติดให้ญาติมารับตัวกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปแจ้งความ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายขู่เอาไว้ว่าถ้าแจ้งความกับตำรวจจะกลับมาอุ้มตัวเอาไปอีก กระทั่งมาทราบในโลกโซเชียลทางเฟสบุ๊ก ว่าเจเหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายแก๊งอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ที่อ้างเป็นตำรวจ ปปส.มาได้ 2 คน ตนเห็นว่าคนร้ายมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกับที่มาก่อเหตุอุ้มรีดเรียกเงินค่าไถ่ตัวเหมือนกัน จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี   
     เบื้องต้นจากการสอบสวนนายวิษณุ ขันข์เสน อายุ  39 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ไปก่อเหตุอุ้มรีดเรียกค่าไถ่  ส่วนนายศรีอุบล หลักทอง อายุ  39 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาอีกราย ให้การรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกับนายวิษณุและพวกอีกจำนวนหนึ่ง ก่อเหตุอุ้มรีดเอาทรัพย์สินจากนายมาโนช ศรีเหรา อายุ  52 ปี เจ้าของบ่อเลี้ยงปลา อ.อู่ทอง ไปจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้คุมตัวนายศรีอุบล หนึ่งในคนร้ายที่ให้การรับสารภาพ ไปทำแผนชี้จุดก่อเหตุ แต่ถูกญาติผู้เสียหายที่ทราบข่าวมารอดูหน้าคนร้าย โดยทางญาติผู้เสียหายได้พยายามจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ คนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องยกเลิกการทำแผน รีบนำตัวผู้ต้องหากลับไปฝากขังศาลสุพรรณบุรี ต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กำลังเร่งรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีต่อไป โดยล่าสุดกำลังเร่งตรวจสอบบัญชีธนาคารที่คนร้ายให้ทางญาติเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี และตรวจสอบภาพจากกล้องหน้าตู้เอทีเอ็มที่คนร้านนำบัตรของเหยื่อไปกดเงิน เพื่อจะได้เป็นหลักฐานดำเนินคดีคนร้ายต่อไป
ภาพ/ข่าว  มงคล สว่างศรี ภัทรพล พรมพัก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุพรรณบุรี (ชมคลิป)

Comments